ReadyPlanet.com




พิธีแต่งงานแบบคริสต์ article

พิธีแต่งงานแบบคริสต์

ความหมายของการแต่งงานตามหลักศาสนาคริสต์

ก่อนอื่นต้องกล่าวถึงกฎหมายพระศาสนจักรมีการกล่าวถึงการแต่งงานไว้ว่า  “ม.1055 วรรค 1 พันธสัญญาการแต่งงานคือ  พันธสัญญาที่ชายและหญิง  นำชีวิตทั้งครอบครัวของตนมาหลอมรวมเข้าเป็นหนึ่งเดียว  ธรรมชาติของพันธสัญญานี้จะมุ่งสู่ความดีของคู่ชีวิตและการให้กำเนิดบุตรหลาน  รวามถึงการให้การศึกษาและอบรมการแต่งงานระหว่างผู้ที่ได้รับศีลล้างบาป  ได้รับการยกขึ้นจากพระคริสตเจ้าให้มีศักดิ์ศรีเป็นศีลศักดิ์สิทธิ์”


การแต่งงานนั้นเป็นพันธสัญญา (Covenant) แห่งความรัก ไม่ใช่เพียงข้อตกลง (Contract) พันธสัญญานั้นเป็นอะไรที่มากกว่าข้อตกลงธรรมดา  เพราะเป็นข้อตกลงที่เกิดขึ้นระหว่างสองฝ่ายซึ่งต้องทำตามสัญญาที่ให้กันไว้  ธรรมชาติของการแต่งงานนั้นเป็นการมุ่งสู่ความดีของคู่ชีวิต  ไม่ใช่เพื่อความดีของตนอีกต่อไปเป็นการทำอะไรเพื่อประโยชน์ของคู่ชีวิต และทำให้เขามีความสุขแม้กระทั่งบางครั้งอาจจะต้องเสียสละความชอบส่วนตัวบ้าง
อีกหนึ่งเรื่องสำคัญของการแต่งงานคือ การให้กำเนิดบุตรหลานและการอบรม ซื่งการให้กำเนิดเป็นการถ่ายทอดการสร้างของพระเจ้า ที่ทำให้มนุษย์ยังคงสืบเผ่าพันธุ์ต่อไปได้  การมีลูกจึงเป็นเป้าหมายสำคัญประการหนึ่งของการแต่งงาน  นี่คือเหตุผลหนึ่งที่ทำให้พระศาสนจักรต่อต้านการทำแท้ง  ซึ่งถือเป็นการทำลายชีวิตบริสุทธิ์ซึ่งไม่มีทางสู้  นอกจากการให้กำเนิดแล้วยังต้องให้การอบรมด้วย  ต้องให้บุตรหลานรู้และเข้าใจในสิ่งที่ถูกที่ควรในด้านคุณธรรมและจริยธรรม   การแต่งงานไม่ใช่เรื่องง่ายๆ หรือแค่หนุ่มสาวชอบพอกันแล้วก็แต่งงานกัน  แต่ความรักที่พัฒนาไปถึงขั้นแต่งงานจะต้องพิจารณาให้รอบคอบว่าเราพร้อมที่จะน้อมรับพันธสัญญาเงื่อนไขที่ตามมาจากการแต่งงานหรือไม่?  การที่พระคริสตเจ้าได้ยกการแต่งงานของคริสตชนให้กลายเป็นศีลศักดิ์สิทธิ์  แสดงให้เห็นว่าชีวิตคู่สมรสอยู่ในหนทางของพระเจ้าอย่างแท้จริง

 เมื่อได้กำหนดการจัดงานมาแล้ว  สิ่งแรกที่ควรทำคือรีบติดต่อจองโบสถ์หรือสถานที่ที่ต้องการทำพิธีและผู้ประกอบพิธี  (บาทหลวง) ซึ่งใช้เวลาอย่างน้อย 6 เดือน ก่อนวันงาน  ในการนี้จะต้องยื่นเอกสารเพื่อขอจัดพิธีศีลสมรสและจะมีการสัมภาษณ์ประวัติของคู่แต่งงานเล็กน้อยเพื่อให้แน่ใจว่าไม่เคยผ่านการแต่งงานมาก่อน  บาทหลวงจะนัดคู่บ่าวสาวมาซ้อมพิธีและอธิบายความหมายของขั้นตอนต่างๆ

เอกสารที่ต้องใช้ยื่นกับโบสถ์ที่จะทำพิธี

1.ใบรับศีลล้างบาป  ซึ่งเป็นใบที่จะทำให้ทราบว่าบุคคลนั้นเคยฝ่านการรับศีลสมรสมาก่อนหรือไม่
2..ใบรับศีลกำลังและศีลมหาสนิท
3.ในกรณีที่มีฝ่ายหนึ่งไม่ได้เป็นคาทอลิก จะต้องมีเอกสารรับรองว่าไม่เคยผ่านการสมรสมาก่อน  โดนให้กรอกข้อมูลลงไปและให้พ่อแม่ลงชื่อรับรอง
4.เตรียมชื่อนามสกุล ของพยานที่เป็นคาทอลิก 2 คนที่จะนำมาใส่ในใบจดทะเบียนสมรสของคริสตจักร  ซึ่งทางโบสถ์จะจัดเตรียมไว้ให้  หลังจากพิธีแต่งงานแล้วคู่บ่าวสาวและพยาน 2 คนจะต้องลงนามในใบนี้



การจองสถานที่ในการประกอบพิธี

ก่อนเข้าพิธีแต่งงานคู่บ่าวสาวจะต้องเข้ารับการอบรมการใช้ชีวิตคู่เสียก่อน  ซึ่งเมือได้วันจัดพิธีแล้วควรติดต่อเข้ารับการอบรมล่วงหน้า 2-3 เดือน  ในกรณีที่มีฝ่ายหนึ่งไม่ได้เป็นคาทอลิกก็ต้องเข้ารับการอบรมเช่นกัน  เนื่อหาการอบรมจะมีประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตคู่ เช่นการครองเรือน การเลี้ยงดูบุตรเป็นต้น  ในกรุงเทพฯ  มีสถานที่จัดอบรมเป็นกลุ่มใหญ่ 2 ที่ คือ วัดมหาไถ่ และ วัดอัสสัมชัน บางรัก  สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  www.catholic.or.th/service/wedding/    หากไม่สะดวกเดินทางไปอบรมทั้ง 2 แห่ง  ก็สามารถปรึกษาบาทหลวงผู้ทำพิธี  ท่านจะให้คำแนะนำหรือให้การอบรมบ่าวสาวคู่นั้นโดยตรง  ส่วนคู่แต่งงานที่สามารถเดินทางมาอบรมพร้อมกันได้หรืออยู่คนละประเทศสามารถแยกกันอบรมได้โดยนำรับรองการอบรมมายื่นตอนสัมภาษณ์
แหวนและขุดแต่งงาน
แหวนที่ใช้ในพิธีต้องเป็นแหวนทองเกลี้ยงจะเป็นทองหรือทองคำขาวก็ได้  มีความหมายแสดงถึงความรักที่บริสุทธิ์และไม่มีที่สิ้นสุด  ส่วนชุดแต่งงานจะเป็นสีใดก็ได้ที่ดูเรียบร้อย แต่นิยมจะเป็นสีขาว โบสถ์บางแห่งจะไม่อนุญาตให้ใส่เกาะอกหรือสายเดี่ยว แก้ด้วยการใส่เสื้อคลุมเล็กๆ สวมตอนทำพิธี และถอดออกเมื่อถึงงานเลี้ยง   ส่วนถุงมือใส่หรือไม่ก็ได้ หากใส่แบบหนาต้องถอดตอนสวมแหวน  และเวลจะใส่หรือไม่ใส่ก็ได้


พิธีแต่งงาน

ก่อนเริ่มพิธีบาทหลวงผู้ทำพิธีจะเข้ายืนประจำที่  โดยมีเจ้าบ่าวและเพื่อนเจ้าบ่าวยืนถัดออกไปด้านข้าง  พิธีเริ่มต้นจากเด็กถือเทียนชาย 1 หญิง 1 จะเดินเข้าไปจุดเทียนแล้วเดินออกมา จากนั้นเสียงดนตรีจะดังขึ้น แล้วขบวนเจ้าสาวก็จะเดินเข้ามาในพิธี นำโดยเด็กผู้หญิงโปรยดอกไม้  เพื่อนเจ้าสาว   เด็กผู้ชายผู้ถือแหวน  และตามด้วยเจ้าสาวที่คล้องแขนมากับบิดา  (ปัจจุบันเป็นบิดาหรือมารดาก็ได้ซึ่งมีความหมายว่าผู้เป็นบิดามารดายินดีมอบลูกสาวให้กับชายหนุ่มด้านหน้าไปดูแลแทน)  เมื่อเจ้าสาวมาถึงบริเวณที่ประกอบพิธี บาทหลวงก็จะอ่านข้อพระคัมภีร์เกี่ยวกับการใช้ชีวิคู่  ต่อจากนั้นจึงกล่าวคำปฎิญาณให้คำมั่นสัญญาต่อพระเจ้า แล้วจึงแลกแหวนแต่งงานและลงนามในหนังสือรับรองที่ทางโบสถ์ออกให้ ซึ่งเป็นคนละใบกับทะเบียนสมรส
หลังจากเสร็จพิธีแล้ว คู่บ่าวสาวจะเดินออกมา แขกในงานช่วยกันโปรยกลีบดอกไม้และตามออกมาด้านหน้า เจ้าสาวก็โยนช่อดอกไม้ให้ผู้ที่มาร่วมงาน โดยเฉพาะหญิงสาวโสดจะแย่งกันอย่างสนุกสนาน  ต่อจากนั้นก็อาจจะมีการจัดงานเลี้ยงฉลองและรับประทานอาหารร่วมกัน
 




Ceremony Story

พิธีแต่งงานแบบไทย article
พิธีแต่งงานแบบจีน article